Make your own free website on Tripod.com

หมึกทะเล

           เชื่อไหมว่ามีหอยกลุ่มหนึ่งที่ว่ายน้ำได้ พวกเขาพัฒนารูปร่าง จนแตกต่างจากหอยในความคิด ของพวกเรา มีหนวดมีตามีสมองพัฒนาดี หลายชนิดเปลือกหายไปอยู่ในลำตัว เราเรียกเขาว่า "หมึกทะเล" มิใช่ "ปลาหมึก" เหมือนที่คนส่วนใหญ่ชอบเรียกกัน เพื่อง่ายต่อความเข้าใจ เราแบ่งหมึกทะเลออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้

หมึกยักษ์

           มีแปดหนวดยาวเท่ากัน ขนาดตั้งแต่นิ้วโป้ง ไปจนถึงขนาดเท่าลูกบอล (ใหญ่กว่านี้ก็มีแต่หายากมากในทะเลอาศัยตามพื้นทราย) ตลอดเวลา อาหารของพวกเขาคือหอยและสัตว์หน้าดินขนาดเล็ก ออกหากินยามราตรี ในเมืองไทยพบได้บ่อย ที่กองหินริเชลิว และหมู่เกาะสิมิลัน

           หมึกยักษ์เป็นสัตว์ทะเลที่ผมชอบมากสุดชนิดหนึ่ง พวกเขามีการเปลี่ยนสีที่ใช้คำว่ามหัศจรรย์ ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ บางครั้งเห็นเป็นสีแดง แป๊ปเดียวกลายเป็นสีขาว นอกจากนี้

Squid

หมึกกล้วย หมึกหอม หมึกกระดอง

เป็นหมึกสิบหนวดว่ายไปมาในมวลน้ำ อาหารคือปลาขนาดเล็ก ที่หมึกไล่จับโดยใช้หนวดรัด หมึกกระดองจะมี ลิ้นทะเลเป็นแกนแข็งอยู่ข้างใน มักเข้ามาวางไข่ในแนวปะการัง หมึกหอม นิยมนำมาตากแห้งทำหมึกปิ้ง หมึกกล้วย คือพวกที่เราเอามาทำแกงจืด หมึกยัดใส้

หอยงวงช้าง

           เป็นหนึ่งในสัตว์ดึกดำบรรพ์ มีเปลือกเหมือนหอย แต่ตัวเหมือนหมึกเพราะมีหนวด ว่ายน้ำตลอดเวลา ส่วนใหญ่อยู่ในที่ลึกเกิน 200 เมตร ตกกลางคืนจึงขึ้นมาหากินในที่ตื้น 50-70 เมตร โอกาสเจอตัวจริงว่ายในทะเลยากมาก ( ยังไม่เคยเห็นในเมืองไทยเลยครับ)

ความรักของหมึก

           หมึกเป็นสัตว์ที่มีสมองพัฒนาสูงสุดในกลุ่มสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง พฤติกรรมหลายอย่างของหมึกทะเลจึงน่าสนใจ สำหรับการผสมพันธุ์หมึกจะมีการจีบกันอย่างจริงจัง หมึกกระดองตัวผู้จะว่ายวนคอยปกป้องตัวเมียที่เล็กกว่า บางครั้งเราอาจพบหมึกตัวผู้อีกตัวเป็นชู้คอยว่ายเข้ามาหาทีเผลอ การสืบพันธุ์หมึกกระดองจะเอาหัวชนกันแล้วใช้หนวดรัดก่อนปล่อยถุงสเปิร์มเข้าไป ส่วนหมึกยักษ์จะไม่กอดรัดกันแต่หมึกตัวผู้จะยื่นหนวดไปหาตัวเมีย

เมื่อหมึกป้องกันตัว

          

          ทุกคนรู้ดีว่าหมึกทะเลใช้น้ำหมึกป้องกันตัว แต่เป็นเฉพาะกรณีฉุกเฉิน หมึกหอมหมึกกล้วยและหมึกกระดองจะว่ายน้ำหนี ขณะที่หมึกยักษ์จะเริ่มจากการหารูมุด ถ้าไม่สำเร็จจะใช้การเปลี่ยนสีผิววูบไปมาโดยใช้เวลาแค่เสี้ยววินาที เมื่อเห็นเช่นนี้ศัตรูมักตกใจ แต่ถ้าผู้ล่าใจแข็งหมึกยักษ์ต้องว่ายน้ำหนี ต่อเมื่อหมดหนทางจริง ๆ พวกเขาจึงพ่นน้ำหมึกออกมา ปริมาณน้ำหมึกไม่ได้มากจนทำให้ทะเลมืดสนิท แต่น้ำหมึกที่พ่นออกมาเป็นก้อนลักษณะคล้ายตัวหมึก ศัตรูจะสับสนว่าเป้าหมายคือตัวไหนแน่ น้ำหมึกยังมีสารบางชนิดทำให้เกิดอาการชากว่าจะรู้ตัว หมึกทะเลก็ว่ายหายไปไกลแล้ว